TRENDING
Ojamajo Doremi: ทำไมการ์ตูนเด็กปี 1999 ถึงยังทำให้คนทั่วโลกร้องไห้ได้จนถึงทุกวันนี้Snow Man คือใคร? ทำความรู้จักวง J-Pop ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นตอนนี้ทำความรู้จัก SixTONES วง J-Pop ที่ทำลายสถิติด้วยเพลงแรกเพลงเดียวCara Delevingne เปิดตัวนักร้องแล้ว — และมันไม่ได้ฟังดูเหมือนนางแบบร้องเพลงเลยคู่มือสะสมการ์ดโปเกมอน: เริ่มต้นยังไง ดูของแท้ยังไง และทำไมการ์ดใบเดียวถึงราคาหลักแสนBehind the Look: ชุดพรมแดงที่โลกจำไม่ลืม จาก Met Gala ถึง Oscarsทำไม Glee ถึงยังคลาสสิก? ย้อนรอยซีรีส์ที่เปลี่ยนโทรทัศน์อเมริกันไปตลอดกาลกว่าจะเป็น K-Pop Idol: เบื้องหลังระบบ Trainee ที่โหดที่สุดในวงการบันเทิงโลกOjamajo Doremi: ทำไมการ์ตูนเด็กปี 1999 ถึงยังทำให้คนทั่วโลกร้องไห้ได้จนถึงทุกวันนี้Snow Man คือใคร? ทำความรู้จักวง J-Pop ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นตอนนี้ทำความรู้จัก SixTONES วง J-Pop ที่ทำลายสถิติด้วยเพลงแรกเพลงเดียวCara Delevingne เปิดตัวนักร้องแล้ว — และมันไม่ได้ฟังดูเหมือนนางแบบร้องเพลงเลยคู่มือสะสมการ์ดโปเกมอน: เริ่มต้นยังไง ดูของแท้ยังไง และทำไมการ์ดใบเดียวถึงราคาหลักแสนBehind the Look: ชุดพรมแดงที่โลกจำไม่ลืม จาก Met Gala ถึง Oscarsทำไม Glee ถึงยังคลาสสิก? ย้อนรอยซีรีส์ที่เปลี่ยนโทรทัศน์อเมริกันไปตลอดกาลกว่าจะเป็น K-Pop Idol: เบื้องหลังระบบ Trainee ที่โหดที่สุดในวงการบันเทิงโลก
Celebrity News

ทำไมคนถึงอินกับ แพร วทานิกา เวอร์ชัน 2026? เมื่อ luxury ไม่ได้แปลว่าแพง แต่คือการมีชีวิตที่ไม่พัง

ทำไมคนถึงยังฟัง “แพร วทานิกา” ในปี 2026? เพราะวันนี้เธอไม่ได้ขายแค่ความหรู แต่กำลังพูดเรื่องการใช้ชีวิตแบบไม่พัง

ถ้าย้อนกลับไปหลายปีก่อน ภาพจำของ “แพร วทานิกา” สำหรับคนส่วนใหญ่ อาจเต็มไปด้วยแฟชั่น luxury, ความ fierce, ประโยคไวรัล และ energy แบบผู้หญิงที่ดูมั่นใจเกินต้าน

แต่ในการสัมภาษณ์ล่าสุดกับรายการ คำนี้ดี ปี 2026 สิ่งที่หลายคนเซอร์ไพรส์คือ แพรในวันนี้ดูนิ่งขึ้น อ่อนโยนขึ้น และพูดถึงชีวิตเหมือนคนที่ผ่านการ “rebuild ตัวเอง” มาแล้วหลายรอบ

มันไม่ใช่บทสัมภาษณ์แบบ motivational quote ทั่วไป แต่เหมือนการฟังคนคนหนึ่งที่เคยวิ่งเร็วมาก จนวันหนึ่งเริ่มเข้าใจว่า การมีชีวิตที่ดี อาจไม่ใช่การชนะทุกอย่างตลอดเวลา


จาก workaholic สู่คนที่เริ่มมองว่า “สุขภาพ” คือ luxury ใหม่

ช่วงต้นของบทสัมภาษณ์ แพรยอมรับตรงๆ ว่าเมื่อก่อนตัวเองเป็น workaholic มาก ชีวิตหมุนรอบงาน ความสำเร็จ และการพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลา

แต่พอเวลาผ่านไป เธอเริ่มสนใจเรื่อง balance, wellness และ longevity มากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว ต่อให้ประสบความสำเร็จแค่ไหน ถ้าสุขภาพพัง ทุกอย่างก็แทบไม่มีความหมาย

นี่อาจเป็นหนึ่งใน reason ที่คนอินกับบทสัมภาษณ์นี้มาก เพราะมันสะท้อน mood ของคนวัยทำงานยุคนี้ได้ชัดมาก — ยุคที่หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “เรากำลังใช้ชีวิตเพื่ออะไร” หลังจาก spend เวลาเกือบทั้งชีวิตไปกับ productivity

“อย่ายึดติดกับสิ่งที่คิดว่าขาดไม่ได้” — บทเรียนที่ดู simple แต่จริงมาก

อีกช่วงที่ถูกแชร์เยอะมาก คือเวลาที่แพรพูดเรื่องการปล่อยวาง

เธอบอกว่าชีวิตเปลี่ยนตลอด ไม่มีอะไรอยู่กับเราได้ถาวร และยิ่งเรายึดติดกับสิ่งที่คิดว่า “ขาดไม่ได้” มากเท่าไหร่ เวลาสูญเสีย มันจะยิ่งทำร้ายเราแรงขึ้นเท่านั้น

ฟังเผินๆ อาจเหมือนคำพูด self-help ทั่วไป แต่พอออกมาจากคนที่เคยอยู่ในโลกแฟชั่น โลกธุรกิจ และโลกโซเชียลที่แข่งขันสูงมาก มันเลยฟังดูจริงมากกว่า performative quote ที่คนโพสต์ลง Instagram

และบางที สิ่งที่แพรกำลังพูด อาจไม่ใช่เรื่อง “ปล่อยวางทุกอย่าง” แต่คือการไม่ฝากคุณค่าของตัวเองไว้กับสิ่งภายนอกมากเกินไปต่างหาก

สิ่งที่น่าสนใจที่สุด คือเธอไม่ได้ anti luxury เลย แต่กำลังนิยามมันใหม่

หลายคนอาจคิดว่า เมื่อคนพูดเรื่อง healing หรือ balance เขาต้องหันหลังให้โลก luxury ไปเลย แต่สำหรับแพร มันไม่ใช่แบบนั้น

เธอยังรักความสวยงาม รักแฟชั่น รัก aesthetic เหมือนเดิม เพียงแต่วันนี้ “ความหรู” สำหรับเธอ ไม่ได้แปลว่าใช้ของแพงอย่างเดียวอีกต่อไป

ช่วงท้ายของรายการ เธอบอกว่า luxury ที่แท้จริงคือ “เวลา” เพราะเมื่อโตขึ้น เราจะเริ่มเข้าใจว่าการมีเวลาพัก มีเวลารักษาตัวเอง หรือมีเวลาทำสิ่งที่รัก โดยไม่ต้องวิ่งแข่งกับใครตลอดเวลา มันหายากมาก

และประโยคนี้น่าสนใจมาก เพราะมันสะท้อนว่าคนยุคนี้เริ่ม redefine success ใหม่ จากเมื่อก่อนที่วัดกันด้วย status หรือ possessions มาเป็นคุณภาพชีวิตแทน

การดูแลตัวเองแบบไม่ toxic อาจเป็นสิ่งที่คนยุคนี้กำลังหา

อีกช่วงที่หลายคนชอบมาก คือเวลาที่แพรพูดเรื่อง body architect และการดูแลรูปร่าง

เธอบอกว่าทุกวันนี้ไม่ชอบ mindset แบบ “diet plan ทรมานตัวเอง” แล้ว แต่สนใจการสร้าง lifestyle ที่ sustainable มากกว่า

ประเด็นนี้ resonate กับคนจำนวนมาก เพราะยุคนี้คนเริ่มเหนื่อยกับ culture ของการ perfect ตัวเองตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น body goals, glow up หรือ productivity hacks ที่ทำให้ชีวิตเหมือนต้อง optimize ตลอด 24 ชั่วโมง

สิ่งที่แพรพูด เลยดูเหมือนเป็นอีกเวอร์ชันของ self-care ที่ไม่ใช่การ “บังคับตัวเองให้ดีขึ้น” แต่คือการสร้างชีวิตที่เราอยู่กับมันได้จริงในระยะยาว

รากของความมั่นใจ อาจเริ่มจากบ้านที่ไม่ทำให้เรารู้สึกต้องแข่งกับใคร

ช่วงที่หลายคนบอกว่า touching มากที่สุด คือเวลาที่แพรพูดถึงคุณแม่

เธอเล่าว่าโตมาในบ้านที่ไม่ได้กดดันให้ต้องเก่งที่สุด แต่สนับสนุนให้ลองทำสิ่งที่รัก และชื่นชมกับความสำเร็จเล็กๆ เสมอ

แพรใช้คำว่า foundation of love ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในประโยคสำคัญที่สุดของทั้งบทสัมภาษณ์ เพราะมันอธิบายได้ดีว่า self-esteem ของคนจำนวนมาก จริงๆ แล้วถูกสร้างมาตั้งแต่ environment ตอนเด็ก

ถ้าคุณโตมาในพื้นที่ที่เต็มไปด้วย comparison หรือความอิจฉา คุณมักใช้ทั้งชีวิตพยายาม prove ตัวเอง แต่ถ้าคุณโตมาในบ้านที่ทำให้รู้สึกว่า “แค่เป็นตัวเองก็มีค่าแล้ว” วิธีมองโลกทั้งชีวิตจะต่างออกไปมาก

บางที คนที่ดูมั่นใจที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ไม่เคย insecure แต่คือคนที่เรียนรู้จะอยู่กับตัวเองให้ได้

สิ่งที่ทำให้บทสัมภาษณ์นี้ถูกพูดถึง ไม่ใช่แค่เพราะแพร วทานิกา เป็นคนดัง แต่เพราะหลายคนรู้สึกว่าเธอกำลัง represent การโตขึ้นของคนยุคนี้

จากยุคที่ทุกอย่างคือ hustle culture, perfect image และการแข่งขันตลอดเวลา มาสู่ยุคที่คนเริ่มถามหาความสงบ ความชัดเจน และความสัมพันธ์ที่ healthy กับตัวเองมากกว่าเดิม

และบางที ประโยคที่ summarize บทสัมภาษณ์นี้ได้ดีที่สุด อาจเป็นประโยคที่แพรพูดช่วงท้ายว่า

“Everything you want wants you even more.”

ไม่ใช่ในความหมายแบบ manifestation fantasy แต่คือการเชื่อว่า ถ้าเราชัดเจนกับตัวเองมากพอ ชีวิตจะค่อยๆ พาเราไปหา version ที่เหมาะกับเราจริงๆ เอง

และอาจนี่แหละ คือ luxury ที่คนยุค 2026 ต้องการมากที่สุด — การได้เป็นตัวเอง โดยไม่ต้องวิ่งหนีอะไรตลอดเวลาอีกแล้ว

Share f X P @

Join the Conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *