TRENDING
Ojamajo Doremi: ทำไมการ์ตูนเด็กปี 1999 ถึงยังทำให้คนทั่วโลกร้องไห้ได้จนถึงทุกวันนี้Snow Man คือใคร? ทำความรู้จักวง J-Pop ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นตอนนี้ทำความรู้จัก SixTONES วง J-Pop ที่ทำลายสถิติด้วยเพลงแรกเพลงเดียวCara Delevingne เปิดตัวนักร้องแล้ว — และมันไม่ได้ฟังดูเหมือนนางแบบร้องเพลงเลยคู่มือสะสมการ์ดโปเกมอน: เริ่มต้นยังไง ดูของแท้ยังไง และทำไมการ์ดใบเดียวถึงราคาหลักแสนBehind the Look: ชุดพรมแดงที่โลกจำไม่ลืม จาก Met Gala ถึง Oscarsทำไม Glee ถึงยังคลาสสิก? ย้อนรอยซีรีส์ที่เปลี่ยนโทรทัศน์อเมริกันไปตลอดกาลกว่าจะเป็น K-Pop Idol: เบื้องหลังระบบ Trainee ที่โหดที่สุดในวงการบันเทิงโลกOjamajo Doremi: ทำไมการ์ตูนเด็กปี 1999 ถึงยังทำให้คนทั่วโลกร้องไห้ได้จนถึงทุกวันนี้Snow Man คือใคร? ทำความรู้จักวง J-Pop ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นตอนนี้ทำความรู้จัก SixTONES วง J-Pop ที่ทำลายสถิติด้วยเพลงแรกเพลงเดียวCara Delevingne เปิดตัวนักร้องแล้ว — และมันไม่ได้ฟังดูเหมือนนางแบบร้องเพลงเลยคู่มือสะสมการ์ดโปเกมอน: เริ่มต้นยังไง ดูของแท้ยังไง และทำไมการ์ดใบเดียวถึงราคาหลักแสนBehind the Look: ชุดพรมแดงที่โลกจำไม่ลืม จาก Met Gala ถึง Oscarsทำไม Glee ถึงยังคลาสสิก? ย้อนรอยซีรีส์ที่เปลี่ยนโทรทัศน์อเมริกันไปตลอดกาลกว่าจะเป็น K-Pop Idol: เบื้องหลังระบบ Trainee ที่โหดที่สุดในวงการบันเทิงโลก
Music

Cara Delevingne เปิดตัวนักร้องแล้ว — และมันไม่ได้ฟังดูเหมือนนางแบบร้องเพลงเลย

Cara Delevingne เปิดตัวอาชีพนักร้อง
Photo via Unsplash

โดย ศาธิต ประสมทรัพย์ | 30 พฤษภาคม 2569


ถ้าพูดถึงชื่อ Cara Delevingne สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือหน้าปกนิตยสาร Vogue หรือบทบาทในหนัง Suicide Squad หรืออาจเป็นคิ้วหนาเป็นเอกลักษณ์ที่เปลี่ยนวงการแฟชั่นไปตลอดกาล แต่ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 Cara ได้เปิดบทใหม่ของชีวิตอย่างเป็นทางการ — บทของการเป็น นักดนตรี ภายใต้สังกัด Warner Records

สองซิงเกิลแรก “I Forgot” และ “Out of My Head” ถูกปล่อยพร้อมกัน พร้อม short film กำกับโดย Jessica Lee Gagné ผู้กำกับภาพจากซีรีส์ Severance และมันไม่ได้ฟังดูเหมือนงานของ “นางแบบที่หันมาร้องเพลง” แม้แต่น้อย


จากรันเวย์สู่สตูดิโอ: เส้นทางที่ใช้เวลากว่า 10 ปี

ดนตรีไม่ใช่ไอเดียใหม่สำหรับ Cara เลย ตั้งแต่วัยรุ่น เธอเล่นกีตาร์ กลอง และแต่งเพลงมาตลอด มีร่องรอยให้เห็นกระจัดกระจายตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่เพลงในหนัง Valerian (2017) ที่เธอเขียนและอัดเอง ไปจนถึงการ feature ในอัลบั้ม Fetch the Bolt Cutters ของ Fiona Apple และร้องในเพลง “Pills” ของ St. Vincent

แต่ทำไมถึงใช้เวลานานขนาดนี้? คำตอบของ Cara ตรงไปตรงมาครับ

“ฉันอยากให้มันออกมาจากสถานที่ที่บางทีคุณอาจไม่อยากมองด้วยซ้ำ” เธอกล่าวกับ Rolling Stone Canada “ดนตรีที่ฉันชอบที่สุดต้องมาจากที่แบบนั้น และถึงแม้มันจะยากกว่า มันก็จะเป็นเส้นทางเดียวที่ฉันต้องการ แต่ฉันต้องอดทนกับตัวเอง ปล่อยให้มันเกิดขึ้น ปล่อยให้มันเติบโต มันเหมือนต้นไม้ — มันไม่เกิดขึ้นเร็วๆ แน่นอน”

ช่วงวัยรุ่น Cara เคยเซ็นสัญญากับ Simon Fuller’s 19 Management ซึ่งต้องการปั้นเธอให้เป็น pop star สำเร็จรูป แต่เธอปฏิเสธ เพราะรู้ว่ามันไม่ใช่ตัวเธอ “พวกเขาต้องการดัน ฉัน ให้เป็นศิลปินที่ถูก curate หรือ design โดยคนที่รับผิดชอบ” เธอบอก “นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันสนใจเลยสำหรับดนตรี”


Sobriety คือจุดเปลี่ยน

ถ้าจะพูดถึงจุดที่ทำให้ Cara ก้าวจากความฝันมาสู่การลงมือทำจริง ก็ต้องพูดถึงปี 2022 — ปีที่เธอเลิกดื่มแอลกอฮอล์และเลิกใช้สารเสพติด

“Sobriety เป็น catalyst ที่ amazing” เธอกล่าว “ความรู้สึกแห้งแล้ง ดิบ เปิดเผย ที่ไม่มียาช่วย แค่ใช้ชีวิตเป็นครั้งแรกในฐานะคนที่ sober มันทำให้คุณรู้สึกว่าพฤติกรรมที่ชอบเสี่ยงหรือการกบฏนั้นเป็นส่วนหนึ่งของตัวคุณ แต่ใต้มันทั้งหมดคือเด็กตัวเล็กๆ และความบริสุทธิ์นั้น การค้นพบสิ่งนั้นอีกครั้งรู้สึกน่ากลัว”

ถ้าเทียบกับศิลปินไทยที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงในชีวิตส่วนตัวแล้วหันมาพูดผ่านดนตรีอย่างเปิดเผย ประสบการณ์ของ Cara มีน้ำหนักในแบบเดียวกัน — ไม่ใช่การ rebrand แต่เป็นการกลับมาหาตัวเองจริงๆ ดนตรีของเธอจึงไม่ได้ฟัง “เหมือนนางแบบร้องเพลง” แต่ฟังเหมือนคนที่ผ่านอะไรบางอย่างมาและอยากบอกเล่า


“I Forgot” — เมื่อ Hyperpop พบกับ Ballad ที่ดิบที่สุด

ซิงเกิลแรก “I Forgot” ทำร่วมกับ BJ Burton โปรดิวเซอร์ที่เคยทำงานกับ Charli XCX และ Bon Iver — ชื่อสองชื่อที่บอกทุกอย่างแล้วว่าเสียงที่จะได้ยินคืออะไร

เพลงสลับไปมาระหว่างความเงียบของ ballad ดิบๆ กับ hyperpop distortion ที่รุนแรง Cara อธิบายว่าเธออยากให้ตัวตนจริงๆ ของเธอ “break through the phone” ทะลุผ่านภาพที่สาธารณชนรู้จักมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นนางแบบบนบิลบอร์ดหรือดาราบนหน้าจอ

“มีช่วงเวลาของความบริสุทธิ์ที่ break through เสียงอุตสาหกรรมและ processed นั้น มันรู้สึกดีมาก” เธอบอก ซึ่งถ้าฟังเพลงแล้วจะได้ยินชัดว่า structure ของเพลงถูกออกแบบมาให้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ


“Out of My Head” — Drum and Bass และความจริงที่ไม่มีใครพูด

ซิงเกิลที่สอง “Out of My Head” เดิมทีตั้งชื่อว่า “Talking Heads” แต่เธอไม่อยากให้คนคิดว่ามันเกี่ยวกับวงดนตรี แรงบันดาลใจมาจากภาพของงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ทุกคนพูดคุยกันอย่างสุภาพ แต่ไม่มีใครพูดความจริง

“มันได้รับแรงบันดาลใจจากไอเดีย visual ของการอยู่ที่โต๊ะอาหารที่ทุกคนแค่คุย แต่ไม่มีใครพูดความจริง” Cara กล่าว “ภาวะของมนุษย์ที่บางครั้งคนอยากรักษาหน้ามากกว่า ทั้งๆ ที่รู้ว่าใครบางคนมีชู้ หรือมีปัญหายาเสพติด — ไม่มีใครพูดคำจริงๆ ออกมา”

เพลงระเบิดเป็น drum-and-bass ในครึ่งหลัง ซึ่งฟังดูสนุกและ unexpected มากสำหรับคนที่ไม่รู้ว่า Cara มีรสนิยมทางดนตรีลึกขนาดนี้


Fiona Apple คือกุญแจที่เปิดประตูทุกอย่าง

ชื่อหนึ่งที่ปรากฏซ้ำในเรื่องราวของ Cara Delevingne นักดนตรีคือ Fiona Apple

Cara เคย feature ใน Fetch the Bolt Cutters (2020) อัลบั้มที่ได้คะแนน Perfect 10 จาก Pitchfork และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่ดีที่สุดของทศวรรษ และประสบการณ์นั้นเปลี่ยนทุกอย่างให้เธอ

“โดยไม่มีประสบการณ์ของการเข้าสตูดิโอกับเธอ ฉันคงไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองสามารถเป็นตัวเองได้ เหมือนเด็กคนหนึ่ง และไม่ต้องทำเป็นว่ารู้ว่ากำลังทำอะไร หรือ perform หรือเปลี่ยนตัวเอง” Cara กล่าว

และในอัลบั้ม debut ที่กำลังจะมาถึง Fiona Apple ตอบแทนน้ำใจด้วยการ co-write lyrics ให้กับเพลง “Need It” ซึ่ง Cara อธิบายว่าเป็นเพลงที่ “club-ready” และทำขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Fiona ในฐานะคนและศิลปิน วิธีที่พวกเธอทำงานร่วมกันก็น่ารักมาก — ส่ง Post-it notes ให้กัน แทนที่จะส่งข้อความ

“เราเขียนสิ่งต่างๆ ลงบน Post-it notes แล้วส่งให้กัน ซึ่งตลกมากเพราะเราส่ง SMS หากันก็ได้” เธอหัวเราะ


Warner Records และการเลือกพันธมิตรที่ใช่

Cara ไม่แน่ใจตอนแรกว่าจะเซ็นกับ major label หรือเปล่า เธอมองว่าดนตรีของตัวเอง “lean ไปทางซ้าย” และน่าจะเหมาะกับ indie label มากกว่า แต่ Aaron Bay-Schuck CEO ของ Warner Records Group ชนะใจเธอด้วยการแสดงศรัทธาในดนตรีตั้งแต่ยังเป็นแค่ early demo

“ฉันระแวงและกลัว และกังวลว่าพันธมิตรจะเป็นใคร” เธอยอมรับ “แต่ Warner ทำให้ฉันเชื่อว่าพวกเขาเข้าใจ”

Bay-Schuck กล่าวถึง Cara ว่า “ทุกองค์ประกอบของความเป็นศิลปิน ตั้งแต่เสียงร้อง การแต่งเพลง ความเป็นนักดนตรี และสัญชาตญาณตามธรรมชาติในฐานะโปรดิวเซอร์ ปรากฏอย่างเต็มที่ในอัลบั้มนี้”


“Crazy Baby” — เพลงรักที่เธอไม่อยากให้เป็น Single

หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจที่สุดจากการสัมภาษณ์คือเรื่อง “Crazy Baby” ซิงเกิลถัดไปที่ฟังดู infectious และมีสัมผัสของ hit เต็มๆ

แต่ Cara ไม่อยากให้มันเป็น single

“ฉันรู้สึกว่ามัน obvious เกินไป” เธอบอก “แต่ฉันรักเพลงนั้น… แฟนของฉัน ซึ่งฉันอยู่กับเธอตลอดช่วงที่ทำงานชิ้นนี้และสนับสนุนฉันอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันทำมันเพื่อทำให้เธอหัวร้อน ในแง่ที่ว่าเธอเกลียด grand gesture และเธอเป็นคนที่ค่อนข้าง private มาก เนื้อเพลงโดยพื้นฐานแล้วคือ ‘ขอโทษ แต่นี่คือเพลงรัก ยอมรับมันซะ’ แบบน่ารักๆ”

เพลงนี้เขียนให้แฟนสาวของเธอซึ่งเป็นนักดนตรีชาวอังกฤษที่รู้จักกันในชื่อ Minke — และนั่นทำให้มันมีน้ำหนักในแบบที่เพลงที่เกิดจากความรักจริงๆ มักจะมีเสมอ


Short Film และ Visual ที่ “แพงเกินไปสำหรับศิลปินหน้าใหม่”

สองเพลงนี้มาพร้อม short film กำกับโดย Jessica Lee Gagné ผู้กำกับภาพจากซีรีส์ Severance ของ Apple TV+ — ซีรีส์ที่รู้จักกันดีในเรื่อง visual ที่ cold, geometric และ unsettling

ฟิล์มเต็มไปด้วย visual effects ที่ดูมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่ง Cara เองก็ยอมรับด้วยเสียงหัวเราะว่า “รสนิยมของฉันแพงเกินไปนิดสำหรับศิลปินหน้าใหม่ แต่ฉันจัดการมันด้วยตัวเองอยู่”

เธอบอกว่าอยากทำ “double video” มาตั้งแต่ต้น แต่ไม่ได้บอก Jessica ตรงๆ — และโชคดีที่ผู้กำกับมีไอเดียเดียวกันพอดี


Debut Album และ Tour ที่กำลังจะมา

อัลบั้ม debut เต็มรูปแบบจะปล่อยใน late summer 2026 ผ่าน Warner Records ทำร่วมกับ BJ Burton เป็นหลัก และมี Fiona Apple co-write ในเพลง “Need It”

Cara ยังเริ่ม tour ตั้งแต่มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป ระยะเวลา 6 เดือน โดยบางรอบขายหมดแล้ว — ซึ่งแสดงให้เห็นว่า fanbase ที่เธอสะสมมาตลอด career ในแฟชั่นและภาพยนตร์นั้น convert มาสู่วงการดนตรีได้จริง

สำหรับคนที่ติดตามเส้นทางของเธอมาตลอด ช่วงเวลานี้อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่วิธีที่เธอมาถึงจุดนี้ — ผ่านความเจ็บปวด การฟื้นตัว การรอคอย และความเชื่อมั่นในตัวเอง — ทำให้มันมีความหมายมากกว่าแค่ debut ของศิลปินหน้าใหม่ทั่วๆ ไป

“ฉันแค่รู้ว่าจะต้องอายุมากกว่านี้สักหน่อยและมีประสบการณ์นั้นอยู่ในกระเป๋า และมีมุมมองนั้น ความเชื่อในตัวเองนั้น” Cara กล่าวทิ้งท้าย

ต้นไม้ต้นนี้ใช้เวลาปลูกนานกว่า 10 ปี แต่ถึงเวลาออกดอกแล้วครับ


References

Brian Hiatt, “How Sobriety, Fiona Apple, and a Lot of Patience Helped Cara Delevingne Kick Off Her Music Career,” Rolling Stone Canada, 29 May 2026. https://ca.rollingstone.com/music/music-features/cara-delevingne-interview-music-career-fiona-apple/

Share f X P @

Join the Conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *