ผ่านมากว่า 10 ปีแล้วนับตั้งแต่ Glee ฉายตอนสุดท้าย แต่ถ้าคุณเปิด Spotify วันนี้ คุณจะยังพบว่า “Don’t Stop Believin'” เวอร์ชัน Glee Cast ยังมียอดสตรีมหลักสิบล้าน ทำไม? เพราะ Glee ไม่ใช่แค่ซีรีส์เพลง — มันคือ ปฏิวัติวัฒนธรรม
🎭 เริ่มต้นที่ไม่มีใครคาดคิดจะ work
เมื่อ Glee เปิดตัวในปี 2552 บน Fox ไม่มีใครคาดว่ามันจะกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับ global Ryan Murphy เปรียบ reaction ของแฟนๆ ในช่วงแรกว่าเหมือน Beatlemania ภายในเดือนแรกที่ออนแอร์ เพลง “Don’t Stop Believin'” ที่ออกเมื่อ 1981 กลับขึ้น chart ใหม่อีกครั้งเพราะ Glee cover
🌈 การ Represent ที่ยังไม่มีใครทำ
สิ่งที่ทำให้ Glee ยังอยู่ในใจคนคือ การ represent กลุ่ม LGBTQ+ ในยุคที่ network TV ยังไม่กล้าทำ Kurt Hummel (Chris Colfer) เป็นตัวละคร gay ที่ได้ storyline สมบูรณ์ ได้รัก ได้เจ็บปวด และได้ชนะ ไม่ใช่แค่ comic relief Glee เป็นซีรีส์แรกที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่า “มีคนเหมือนฉันบนจอ”
📀 มรดกทางดนตรีที่ยังอยู่
ตัวเลขที่พิสูจน์ความยิ่งใหญ่: 36 ล้าน digital singles และ 11 ล้านอัลบั้ม ขายได้ภายในปี 2554 เพียงปีเดียว Glee Cast กลายเป็น artists ที่มีเพลงติด Billboard Hot 100 มากที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ รองจาก The Beatles เท่านั้น
🎬 Legacy ที่ซับซ้อน
แต่ Glee ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ — ซีรีส์มีช่วงที่ quality ตกลงอย่างเห็นได้ชัดในซีซั่นหลังๆ และชีวิตจริงของนักแสดงบางคนจบลงอย่างน่าเศร้า แต่แฟนๆ ต่างก็รู้ว่า ความไม่สมบูรณ์นั้นเองที่ทำให้ Glee มีชีวิต มันไม่ใช่ซีรีส์ที่ดีที่สุดในโลก แต่มันคือซีรีส์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคนมากมาย
Sources: Harvard Political Review · Refinery29 · Paste Magazine
