Halsey กลับไปมอง BADLANDS อีกครั้ง — และยอมรับว่าครั้งหนึ่งเธอเคยพยายามหนีมัน
10 ปีหลังจากอัลบั้ม BADLANDS เปลี่ยนชีวิตของ Halsey ทุกอย่างดูเหมือนย้อนกลับมาหาเธออีกครั้ง
ในการสัมภาษณ์ล่าสุดกับ Zane Lowe นักร้องสาวเปิดใจแบบตรงไปตรงมาถึงทั้งชื่อเสียง ความกดดัน สุขภาพ ชีวิตความเป็นแม่ และความรู้สึกที่เธอมีต่ออัลบั้มเดบิวต์ที่เคยทำให้โลกจำชื่อ “Halsey” ได้
และสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ — เธอยอมรับว่า มีช่วงหนึ่งในชีวิตที่พยายาม “ตีตัวออกห่าง” จาก BADLANDS ด้วยซ้ำ
“ตอนนั้นฉันยังไม่รู้กฎของวงการ”
Halsey เล่าย้อนกลับไปถึงช่วงที่ทำ BADLANDS ว่า จริงๆ แล้วมันเป็นงานที่ “บริสุทธิ์” มาก เพราะเธอยังไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่าอุตสาหกรรมเพลงมี expectation อะไรบ้าง
เธอบอกว่าตอนอายุ 19 ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จากเด็กสาวที่ลงเพลงบน Tumblr กลายเป็นคนที่ต้องเดินพรมแดง ให้สัมภาษณ์สื่อ และเข้าไปอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยคนดัง ทั้งที่ข้างในยังรู้สึกเหมือน “กำลังแกล้งทำเป็นรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”
สิ่งที่ทำให้แฟนๆ อินกับบทสัมภาษณ์นี้มาก คือ Halsey ไม่ได้พยายามเล่าเรื่องความสำเร็จแบบ glamorous เลย ตรงกันข้าม เธอพูดถึง imposter syndrome แบบตรงมาก ว่าช่วงแรกของชื่อเสียงเต็มไปด้วยความกลัว ความสับสน และความรู้สึกว่า “ตัวเองไม่ควรอยู่ตรงนั้น”
จาก Tumblr kid สู่ “pop star” ที่ไม่เคยสบายใจกับคำนั้น
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงหนัก คือความสัมพันธ์ที่ค่อนข้าง complicated ระหว่าง Halsey กับคำว่า “pop star”
เธอบอกว่าตัวเองรักการทำเพลงป๊อป เพราะมันต้องใช้ทั้ง craft และ instinct ในระดับสูง แต่ในอีกด้าน เธอก็รู้สึกเหนื่อยกับระบบของวงการที่มองทุกอย่างผ่านตัวเลข ยอดสตรีม และ “เพลงฮิต” มากเกินไป
Halsey พูดถึงช่วงหลังๆ ของอาชีพว่า เธอมักถูกเปรียบเทียบกับความสำเร็จในอดีตอยู่ตลอด โดยเฉพาะยุคที่เพลงของเธออยู่ในกระแส mainstream แบบเต็มตัว
และนี่อาจเป็นเหตุผลที่แฟนเพลงหลายคนรู้สึกว่า ช่วงหลัง Halsey ดู “เป็นตัวเอง” มากขึ้น แม้งานบางชิ้นอาจไม่ได้ mass เท่าเดิม แต่กลับชัดขึ้นในแง่ identity
จริงๆ แล้ว Halsey โตมากับ Nine Inch Nails มากกว่าเพลงป๊อป
ช่วงหนึ่งของบทสัมภาษณ์ Halsey พูดถึงอิทธิพลทางดนตรีที่หล่อหลอมตัวตนของเธอ และหลายคนอาจแปลกใจ เพราะชื่อที่เธอพูดถึงบ่อยที่สุดคือ Trent Reznor และวง Nine Inch Nails
เธอเล่าว่าตัวเองโตมากับดนตรี industrial, alternative rock, hip-hop และ New Jack Swing มากพอๆ กับเพลงป๊อป ทำให้ DNA ทางดนตรีของเธอจริงๆ ค่อนข้าง dark และ experimental มาตั้งแต่แรก
พอฟังแบบนี้ หลายคนเลยย้อนกลับไปมอง BADLANDS ใหม่ เพราะจริงๆ แล้ว aesthetic ของอัลบั้ม รวมถึง mood แบบ dystopian และ emotional chaos มันชัดมากว่า Halsey ไม่ได้อยากเป็น “pop princess” ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว
ชีวิตวันนี้ของ Halsey ไม่ได้มีแค่ดนตรีอีกต่อไป
อีกช่วงที่หลายคนพูดถึงมาก คือเวลาที่ Halsey พูดถึงชีวิตส่วนตัว โดยเฉพาะบทบาทการเป็นแม่ของ Ender ลูกชายของเธอ
เธอพูดถึงมันแบบเรียบง่าย แต่สัมผัสได้ว่าชีวิตเปลี่ยนไปมาก หลังผ่านทั้งปัญหาสุขภาพ ความเจ็บป่วย และช่วงเวลาหนักๆ หลายปีที่ผ่านมา
Halsey บอกว่าสิ่งที่เธอพยายามทำตอนนี้ ไม่ใช่การ “ชนะ” ทุกอย่างในชีวิตอีกต่อไป แต่คือการเป็นพยานให้กับชีวิตตัวเอง การบันทึกทั้งช่วงเวลาที่สวยงามและช่วงเวลาที่พัง ผ่านการเขียนเพลง
และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่บทสัมภาษณ์นี้รู้สึกจริงมาก เพราะมันไม่ใช่แค่การโปรโมตครบรอบ 10 ปีของอัลบั้มดัง แต่มันเหมือนคนคนหนึ่งกำลังมองย้อนกลับไปหาเวอร์ชันเด็กของตัวเอง — ด้วยความเข้าใจมากกว่าที่เคยมี
BADLANDS ยังสำคัญ เพราะมันเกิดขึ้นก่อนที่ Halsey จะรู้ว่าตัวเอง “ควรเป็นใคร”
ช่วงท้ายของบทสัมภาษณ์ Halsey บอกว่า ทุกวันนี้เธอมอง BADLANDS แตกต่างจากเมื่อก่อนมาก
ครั้งหนึ่งเธอเคยพยายามหนีจากอัลบั้มนี้ เพราะรู้สึกว่ามันผูกติดกับภาพจำวัยเด็กและช่วงเวลาที่เปราะบางเกินไป แต่ตอนนี้ เธอกลับมองว่ามันคือโปรเจกต์ที่ capture ตัวตนจริงๆ ของเธอไว้ได้ดีที่สุด ก่อนที่วงการจะเริ่มบอกว่า “ศิลปินป๊อปควรทำอะไร”
บางที นั่นอาจเป็นเหตุผลที่แม้เวลาจะผ่านไป 10 ปี BADLANDS ก็ยังเป็นอัลบั้มที่แฟนๆ ผูกพันมากที่สุดอยู่ดี เพราะมันไม่ใช่แค่อัลบั้มเปิดตัว แต่มันคือช่วงเวลาที่ Halsey ยังสร้างโลกของตัวเองอย่างอิสระ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากฎของวงการหน้าตาเป็นยังไง
และในปี 2026 ดูเหมือนว่า Halsey จะกลับมารักเด็กคนนั้นอีกครั้งแล้วจริงๆ
Sources / References: Apple Music / Zane Lowe Interview, YouTube interview clips, fan discussions on X and Reddit
