ก่อนอัลบั้ม Bass Persuades จะออกหนึ่งวัน Miley นั่งลงคุยกับ Zane Lowe ที่สตูดิโอ Apple Music ในลอสแอนเจลิส
บนกระดาษมันคือบทสัมภาษณ์โปรโมทอัลบั้ม
แต่พอดูจบ คุณจะรู้ว่ามันไม่ใช่
เพราะคนที่ Miley พูดถึงมากที่สุดในบทสัมภาษณ์นี้ ไม่ใช่โปรดิวเซอร์ ไม่ใช่ค่ายเพลง และไม่ใช่ตัวเธอเอง
แต่เป็น Dolly Parton — แม่ทูนหัวตัวจริงของเธอ ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยวัย 80 ปี
และบทสนทนาครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองคนมีต่อกัน — คือตอนที่ Miley โทรไปเล่าเรื่องอัลบั้มชุดนี้ให้ฟัง
ตอนที่หนึ่ง: บทสนทนาครั้งสุดท้าย
หลายคนอาจไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Miley กับ Dolly ไม่ใช่แค่รุ่นพี่รุ่นน้องในวงการ
Dolly เป็นแม่ทูนหัวของ Miley จริง ๆ และเคยมารับบทเป็น “Aunt Dolly” ในซีรีส์ Hannah Montana ด้วย ทั้งสองสนิทกันมาตลอดจนถึงวันสุดท้าย
Miley เล่าให้ Zane ฟังว่า:
“ครั้งที่เราคุยกัน ซึ่งกลายเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้คุยกัน — จริง ๆ แล้วมันคือตอนที่ฉันเล่าเรื่องอัลบั้มนี้ให้เธอฟัง”
สิ่งที่ผูกสองคนนี้ไว้ด้วยกันไม่ใช่ความเหมือน แต่เป็นความต่าง
“ถึงเราจะต่างกันมาก — นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เราเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
Miley อธิบายต่อว่าสิ่งที่เธอเรียนรู้จาก Dolly คือการแยก “ตัวตนบนเวที” ออกจาก “ตัวตนจริง” โดยไม่ต้องรู้สึกผิด — เธอบอกว่า Dolly เป็นที่รู้จักจากผมวิก เครื่องสำอาง และความเป็นโชว์ทั้งหมดนั่น แต่สิ่งที่คนทั้งโลกถูกดึงดูดเข้าหาจริง ๆ คือความจริงแท้ของเธอ
บทเรียนที่ชื่อว่า “ปล่อยให้คนดูร้องไห้แทนเธอ”
ช่วงที่กินใจที่สุดของบทสัมภาษณ์ คือตอนที่ Miley เล่าเรื่องที่เธอร้องไห้บนเวที
ครั้งหนึ่งเธอร้องเพลง End of the World ในรายการ Letterman แล้วน้ำตาไหลกลางเพลง สายโทรศัพท์จาก Dolly เข้ามาทันที
“ดนตรีคือการหนีจากความจริง ปล่อยให้พวกเขาร้องไห้ เธอต้องผ่านมันไปให้ได้”
Miley ตอบกลับไปว่า “หนูรู้ แต่นี่คือตัวหนู” — แล้ว Dolly ก็รักเธอในแบบนั้น
ปีถัดมาทั้งคู่ร้อง I Will Always Love You ด้วยกันในงานส่งท้ายปีของ Miley เมื่อปี 2023 — และ Miley ก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่อีก
ตอนนี้เธอมองย้อนกลับไปแล้วเข้าใจว่าทำไม
“ฉันคิดว่าตอนนั้นเธอรู้แล้วว่าเหตุผลที่ฉันร้องไห้ คือเหตุผลเดียวกับที่ฉันร้องไห้ตอนนี้”
แล้วเธอก็อธิบายเหตุผลนั้นออกมา — และนี่คือประโยคที่ผมคิดว่าเป็นหัวใจของบทสัมภาษณ์ทั้งชิ้น:
“คนรอบตัวฉันที่ทำให้ฉันมั่นคงได้ พวกเขาเป็นคนรุ่นก่อนฉัน และพวกเขาวางอิฐทีละก้อนจนกลายเป็นถนนที่ฉันเดินอยู่ทุกวันนี้”
“แล้วพวกเขาจะไม่ได้อยู่ตรงนี้ให้ฉันโทรไปถามว่า ‘หนูควรทำยังไงต่อ’ ไปตลอด ซึ่งฉันถาม Dolly แบบนั้นมาตลอด”
“เธอถูกเสมอ”
Miley หัวเราะตอนเล่าว่าเด็ก ๆ ทุกคนมักไม่เชื่อผู้ใหญ่ จนวันหนึ่งถึงเข้าใจ
“ตอนเป็นเด็กเราคิดว่า ‘เธอจะไปรู้อะไร’ แล้วพอโตขึ้นเราก็คิดว่า ‘รู้ทุกอย่างเลย’ รู้ได้ยังไง? ก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ทำไมถึงรู้ทุกเรื่อง?”
ตัวอย่างที่เธอยกมา: Dolly ขับรถพาเธอวนรอบแนชวิลล์ เพื่อเกลี้ยกล่อมให้เธอไปขึ้นเวทีแกรมมี่ ในวันที่ Miley หมดไฟจนไม่อยากไป
“เธอบอกว่า ‘ไปทำผมให้ฟู ๆ หาชุดที่เธอรักมาใส่ แล้วเธอจะลืมทุกอย่างไปในช่วงเวลานั้น’”
และ Dolly ยังเป็นคนที่บอกให้เธอใส่ Bob Mackie ขึ้นเวทีแกรมมี่ตอนร้อง Flowers — ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในลุคที่คนจำได้มากที่สุดในอาชีพเธอ
“เธอถูกเสมอ”
แผ่นเสียงที่ยังจะถูกส่งไป
ช่วงที่ Miley กลั้นน้ำตาไว้ชัดที่สุด คือตอนที่เธอพูดถึงธรรมเนียมเล็ก ๆ ที่เธอทำมาตลอด
ทุกครั้งที่อัลบั้มของเธอถูกปั๊มเป็นแผ่นไวนิล คนแรกที่ได้รับเสมอคือ Dolly
แล้วเธอก็บอกว่า อัลบั้มนี้ก็จะไม่ต่าง
“รอบนี้ฉันก็จะส่งแผ่นเสียงไปให้เธอ เพราะฉันส่งทุกครั้ง”
ตอนที่สอง: ชีวิตที่บ้าน และคำว่า “แดร็ก”
ถ้าช่วง Dolly คือส่วนที่ทำให้คุณน้ำตาคลอ ช่วงนี้คือส่วนที่ทำให้คุณยิ้ม
Miley อธิบายวิธีที่เธอรักษาสติในอาชีพนี้ด้วยคำที่ตรงมาก:
“บางครั้งฉันเรียกสิ่งที่ฉันทำว่า แดร็ก เพราะวิธีที่ฉันนำเสนอตัวเอง มันคือคนละคนกับคนที่ให้อาหารเต่าทุกเช้า”
เต่าตัวนั้นชื่อ Teru อายุ 20 ปี
นอกจากนั้นเธอยังป้อนอาหารนกพิการที่รับมาเลี้ยงด้วยมือทุกวัน และดูแลสัตว์ทั้งบ้านให้เรียบร้อยก่อนออกไปถ่ายงาน
“ฉันมีกิจวัตรของฉัน และมันทำให้ฉันเป็นคนที่ดีขึ้น เพราะฉันได้ใช้เวลาเชื่อมโยงกับสิ่งที่ไม่รู้เลยว่าฉันเป็นใคร”
และรายละเอียดที่ดีที่สุดของบทสัมภาษณ์ทั้งชิ้นอยู่ตรงนี้:
ตอนถ่าย MV เพลง Bass Persuades ซึ่งถ่ายตอนตีสามในอากาศหนาวจัด Miley ยืนอยู่บนกองถ่ายในชุดชั้นในผ้าไหม พร้อมกับคอยเช็กมือถือดูอุณหภูมิไฟอุ่นตู้เต่าที่บ้านไปด้วย
นั่นคือภาพที่อธิบายคนคนนี้ได้ดีกว่าบทวิเคราะห์ใด ๆ
ตอนที่สาม: กลับขึ้นเวที — แต่ตามเงื่อนไขของตัวเอง
Miley จะเล่นที่ Hollywood Bowl สองรอบ วันที่ 16 และ 18 ตุลาคม
เธอเรียกมันว่า “ซ้อมใหญ่ครั้งสำคัญที่สุด” (the ultimate dress rehearsal)
ไม่ใช่คัมแบ็ก ไม่ใช่ทัวร์ แต่เป็นการทดลองว่าถ้าจะกลับมาแสดงสด มันต้องหน้าตาแบบไหนถึงจะอยู่ได้จริง
และเธอก็ใบ้ถึงทิศทางในอนาคตไว้ชัดมาก:
“คนจะมาหาฉันเอง ฉันไม่จำเป็นต้องขับรถไปหาคุณ”
นั่นคือภาษาของ residency — การปักหลักเล่นที่เดียวแล้วให้คนเดินทางมา แทนที่จะลากตัวเองไปทีละเมือง
เหตุผลไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่เป็นเรื่องที่เธอพูดมาตลอดว่าการทัวร์ยาว ๆ ขัดกับความมั่นคงในชีวิตที่เธอสร้างมา ทั้งเรื่องสุขภาพเสียง และการรักษาการเลิกเหล้าของตัวเอง
Miley ไม่ได้บอกว่าเธอเลิกรักการแสดงสด เธอแค่กำลังหาวิธีที่จะรักมันได้โดยไม่ต้องแลกกับชีวิตที่บ้าน
ตอนที่สี่: อัลบั้ม และคนที่อยู่ในนั้น
Bass Persuades ใช้เวลาทำไม่ถึงหนึ่งปี ซึ่ง Miley ภูมิใจกับเรื่องนี้มาก เพราะมันแปลว่าอัลบั้มทันกับชีวิตที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดของเธอ
เธอคุยกับ Zane ถึงเบื้องหลังหลายเพลง โดยเฉพาะ “Aftermath” และ “Let’s Get Married”
และจุดที่เธอย้ำหลายครั้งคือ อัลบั้มนี้ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อไล่ตามตัวเลข แต่ทำเพื่อความจริงแท้ และเพื่อ “ความเป็นสองด้าน” ของตัวเอง — ด้านที่ขึ้นเวทีในชุดหนัง กับด้านที่ให้อาหารเต่าตอนเช้า
ส่วน Maxx Morando คู่หมั้นของเธอ ไม่ได้อยู่แค่ในเนื้อเพลง เขาร่วมโปรดิวซ์อัลบั้มนี้ และเล่น MV เพลง Let’s Get Married ด้วยตัวเอง
Miley อธิบายความสัมพันธ์นี้ด้วยคำที่ไม่หวือหวาแต่หนักแน่น — สิ่งที่ทั้งคู่มีร่วมกันคืออารมณ์ขันแบบเดียวกัน และสิ่งที่เขาให้เธอคือความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตที่วุ่นวายตลอดเวลา
ตอนที่ห้า: มองย้อนกลับไปที่ Hannah Montana
Zane ชวนเธอย้อนกลับไปช่วงที่ทุกอย่างเริ่มต้น
Miley พูดถึงยุค Hannah Montana โดยไม่มีความขมขื่น แต่ก็ไม่โรแมนติกจนเกินจริง
สิ่งที่เธอบอกว่าใช้เวลานานที่สุดในการเรียนรู้ คือการปล่อยวางสายตาของคนอื่น — เลิกพยายามควบคุมว่าคนจะมองเธอยังไง แล้วหันมาอยู่กับตัวเองจริง ๆ
เธอยังพูดถึงบทบาทของการบำบัดในการรับมือกับความวิตกกังวลก่อนขึ้นเวที ซึ่งเป็นสิ่งที่คนนอกแทบไม่เคยเห็นจากศิลปินระดับนี้
ตอนที่หก: แฟนคลับ
ช่วงท้าย Miley พูดถึงคนที่ตามเธอมาตั้งแต่ต้น และมุมมองของเธอต่างจากคำขอบคุณทั่วไปในงานประกาศรางวัล
เธอมองว่าความผูกพันนี้ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขผู้ติดตาม แต่เป็นเรื่องส่วนตัวมาก เพราะมันตั้งอยู่บนประวัติศาสตร์ที่เธอกับคนฟังผ่านมาด้วยกัน
คนที่โตมากับ Hannah Montana ตอนนี้อายุใกล้สามสิบ
คนที่ร้องไห้กับ Wrecking Ball ตอนนี้มีลูกแล้ว
และคนที่เจอ Flowers ในช่วงที่ชีวิตกำลังพัง ก็ยังจำได้ว่าเพลงนั้นมาถึงตอนไหน
Miley ไม่ได้มองว่านั่นคือฐานแฟน เธอมองว่านั่นคือคนที่แก่ไปพร้อมกับเธอ
สรุป
ถ้าให้ผมสรุปบทสัมภาษณ์นี้เป็นประโยคเดียว:
นี่คือบทสัมภาษณ์ของคนที่กำลังเรียนรู้ที่จะยืนอยู่ตรงหน้า โดยไม่มีคนที่เคยยืนอยู่ข้างหน้าเธอแล้ว
Dolly Parton ไม่ได้เป็นแค่ไอคอนสำหรับ Miley เธอคือเบอร์โทรที่โทรไปถามได้ทุกเรื่อง และตอนนี้เบอร์นั้นไม่มีคนรับแล้ว
สิ่งที่เหลืออยู่คือคำแนะนำที่ถูกเสมอ ธรรมเนียมการส่งแผ่นเสียง และอัลบั้มชุดหนึ่งที่คนที่ควรได้ฟังเป็นคนแรก ไม่มีโอกาสได้ฟัง
Bass Persuades ออกแล้ว และถ้าคุณฟังมันหลังจากรู้เรื่องทั้งหมดนี้ มันจะฟังไม่เหมือนเดิม
บทสัมภาษณ์โดย Zane Lowe สำหรับ Apple Music เผยแพร่ 17 กันยายน 2569
Dolly Parton เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ด้วยวัย 80 ปี
