ความคลั่งไคล้ระดับ Beatlemania แห่งยุค 2000s
ในฤดูใบไม้ร่วงปี 2007 ถ้าคุณเป็นผู้ปกครองในสหรัฐอเมริกาที่มีลูกสาวอายุระหว่าง 6 ถึง 14 ปี ภารกิจที่ยากยิ่งกว่าการผ่อนบ้านคือการหาตั๋วคอนเสิร์ต ‘The Best of Both Worlds Tour’ ของ Miley Cyrus
ทัวร์คอนเสิร์ต 71 รอบทั่วอเมริกาเหนือเปิดขายบัตรและหมดเกลี้ยง (Sold Out) ทุกที่นั่งภายในเวลาเฉลี่ยไม่ถึง 2 นาที ระบบจองตั๋วออนไลน์ของ Ticketmaster ล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า และสิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุดคือในตลาดขายต่อ (Secondary Ticket Market) ตั๋วแถวหน้าถูกปั่นราคาขึ้นไปสูงถึง 2,500 – 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อใบ ซึ่งในเวลานั้นแพงกว่าตั๋วชมการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศ Super Bowl เสียอีก!
ความบ้าคลั่งนี้รุนแรงถึงขั้นที่สำนักข่าว CNN และ The New York Times ต้องส่งนักข่าวไปเกาะติดหน้าสนาม ผู้ปกครองบางคนถึงขั้นไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือยื่นฟ้องร้องต่อศาลว่าระบบขายตั๋วถูกบอทกว้านซื้อ ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำว่าไมลีย์ไม่ได้เป็นแค่ดาราเด็ก แต่เธอคือพายุทอร์นาโดทางวัฒนธรรมระดับเดียวกับ Beatlemania ในยุค 60s
คอนเซปต์ทัวร์สองร่าง: กายกรรมเปลี่ยนวิกภายใน 90 วินาที
ความท้าทายทางกายภาพของทัวร์นี้คือโครงสร้างโชว์ที่ต้องแบ่งเป็นสองส่วน: ครึ่งแรกไมลีย์ต้องขึ้นแสดงในฐานะ ‘Hannah Montana’ ด้วยวิกบลอนด์และชุดกลิตเตอร์ จากนั้นจะมีวงเปิดหน้าใหม่อย่าง The Jonas Brothers ขึ้นมาคั่นเวลา 20 นาที เพื่อให้ไมลีย์ถอดวิก ล้างเครื่องสำอาง และเปลี่ยนชุดเป็นกางเกงยีนส์กับแจ็กเก็ตหนังเพื่อขึ้นแสดงในครึ่งหลังในฐานะ ‘Miley Cyrus’
การแสดงทั้งสองพาร์ตมีพลังงานและภาษากายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในพาร์ตของ Hannah ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ ท่าเต้นเป๊ะ ยิ้มหวานตลอดเวลา แต่ในพาร์ตของ Miley เธอปล่อยพลังความบ้าคลั่ง สลัดมาดเจ้าหญิง วิ่งไปทั่วเวที และโชว์เสียงร้องร็อกสดๆ ร่วมกับวงดนตรี
โชว์นี้ประสบความสำเร็จมหาศาลจนดิสนีย์ต้องส่งทีมกล้อง 3D ไปถ่ายทำและนำมาฉายในโรงภาพยนตร์ในชื่อ ‘Hannah Montana and Miley Cyrus: Best of Both Worlds Concert’ ซึ่งทำรายได้เปิดตัวอันดับ 1 ใน Box Office สหรัฐฯ ด้วยตัวเลขกว่า 31 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์แรก สร้างสถิติหนังคอนเสิร์ตที่ทำเงินสูงสุดในประวัติศาสตร์ยุคนั้น
มหากาพย์ ‘บอดี้ดับเบิล’: ข่าวลือสะเทือนวงการเรื่องสแตนด์อินบนเวที
อย่างไรก็ตาม ทัวร์นี้ก็เกือบจะกลายเป็นวิกฤตศรัทธา เมื่อมีคลิปวิดีโอจากผู้ชมในฮอลล์เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต แสดงให้เห็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านระหว่างเพลง ‘We Got the Party’ ที่ร้องร่วมกับ Jonas Brothers โดยในคลิปจะเห็นตัวละครฮันนาห์ มอนทานา ถูกพาตัวมุดลงไปใต้เวทีอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มีหญิงสาวอีกคนสวมวิกบลอนด์และชุดคลุมปิดหน้าเดินขึ้นมาแทนที่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนดู
สำนักข่าวแท็บลอยด์อย่าง TMZ พาดหัวข่าวใหญ่โตว่า ‘Miley Cyrus ใช้ตัวปลอมแสดงคอนเสิร์ต หลอกลวงแฟนคลับ!’ จนโฆษกของดิสนีย์ต้องรีบออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า หญิงสาวคนนั้นคือแดนเซอร์สแตนด์อินที่ขึ้นมาทำหน้าที่เพียง 90 วินาที เพื่อให้ไมลีย์ตัวจริงมีเวลาวิ่งลงไปเปลี่ยนชุดใต้เวทีเพื่อเตรียมขึ้นแสดงในพาร์ตเดี่ยวของตัวเอง
เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนแรกของไมลีย์เกี่ยวกับ ‘ความหิวกระหายข่าวลบ’ ของสื่อมวลชน ไม่ว่าเธอจะทุ่มเทร้องเพลงสดและแสดงอย่างเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน สื่อก็พร้อมจะมองหาช่องโหว่เพื่อสร้างดราม่าทำลายชื่อเสียงของเธอเสมอ
“Best of Both Worlds Tour คือหลักฐานที่พิสูจน์ว่าพลังของความคลั่งไคล้ในตัวไมลีย์ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันคือปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่สั่นสะเทือนวงการทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลก”
🎧 BEHIND THE SOUND & PRODUCTION
- ระยะเวลาทัวร์: ตุลาคม 2007 – มกราคม 2008 (71 โชว์ทั่วอเมริกาเหนือ)
- รายได้รวม: มากกว่า 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (และภาพยนตร์ 3D ทำเงินเพิ่มอีก 70 ล้านดอลลาร์)
- วงเปิดการแสดง: The Jonas Brothers (ซึ่งแจ้งเกิดสู่กระแสหลักจากทัวร์นี้)
- รายชื่อเพลงไฮไลต์: Rock Star, Life’s What You Make It, See You Again, Start All Over, I Miss You
บทสรุปมุมมองนักวิจารณ์ (CRITICAL VERDICT):
ทัวร์คอนเสิร์ตนี้คือจุดสูงสุดของยุคทองฮันนาห์ มอนทานา แต่มันยังเป็นจุดที่ยืนยันว่าการแสดงสดของไมลีย์ในพาร์ตศิลปินเดี่ยว มีพลังดึงดูดและมีอนาคตที่ไกลกว่าตัวละครในจอแก้วหลายเท่า
