TRENDING
Ojamajo Doremi: ทำไมการ์ตูนเด็กปี 1999 ถึงยังทำให้คนทั่วโลกร้องไห้ได้จนถึงทุกวันนี้Snow Man คือใคร? ทำความรู้จักวง J-Pop ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นตอนนี้ทำความรู้จัก SixTONES วง J-Pop ที่ทำลายสถิติด้วยเพลงแรกเพลงเดียวCara Delevingne เปิดตัวนักร้องแล้ว — และมันไม่ได้ฟังดูเหมือนนางแบบร้องเพลงเลยคู่มือสะสมการ์ดโปเกมอน: เริ่มต้นยังไง ดูของแท้ยังไง และทำไมการ์ดใบเดียวถึงราคาหลักแสนBehind the Look: ชุดพรมแดงที่โลกจำไม่ลืม จาก Met Gala ถึง Oscarsทำไม Glee ถึงยังคลาสสิก? ย้อนรอยซีรีส์ที่เปลี่ยนโทรทัศน์อเมริกันไปตลอดกาลกว่าจะเป็น K-Pop Idol: เบื้องหลังระบบ Trainee ที่โหดที่สุดในวงการบันเทิงโลกOjamajo Doremi: ทำไมการ์ตูนเด็กปี 1999 ถึงยังทำให้คนทั่วโลกร้องไห้ได้จนถึงทุกวันนี้Snow Man คือใคร? ทำความรู้จักวง J-Pop ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นตอนนี้ทำความรู้จัก SixTONES วง J-Pop ที่ทำลายสถิติด้วยเพลงแรกเพลงเดียวCara Delevingne เปิดตัวนักร้องแล้ว — และมันไม่ได้ฟังดูเหมือนนางแบบร้องเพลงเลยคู่มือสะสมการ์ดโปเกมอน: เริ่มต้นยังไง ดูของแท้ยังไง และทำไมการ์ดใบเดียวถึงราคาหลักแสนBehind the Look: ชุดพรมแดงที่โลกจำไม่ลืม จาก Met Gala ถึง Oscarsทำไม Glee ถึงยังคลาสสิก? ย้อนรอยซีรีส์ที่เปลี่ยนโทรทัศน์อเมริกันไปตลอดกาลกว่าจะเป็น K-Pop Idol: เบื้องหลังระบบ Trainee ที่โหดที่สุดในวงการบันเทิงโลก
Exclusive

Miley Cyrus: Something Beautiful — รีวิวฉบับสมบูรณ์ (8.9/10)

โดย ศาธิต ประสมทรัพย์ | 1 มิถุนายน 2568

แนวเพลง: Pop | ค่าย: Columbia | รีวิว: 1 มิถุนายน 2568

คะแนน: 8.9 / 10

Something Beautiful คือ Miley Cyrus ในเวอร์ชันที่กล้าที่สุด และแปลกที่สุดในรอบหลายปี

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผมค่อนข้าง mixed กับสามเพลงแรกของ Something Beautiful ของ Miley Cyrus พอได้ฟังอัลบั้มเต็ม ผมพูดได้เต็มปากเลยว่า — นี่คือหนึ่งในโปรเจกต์ที่น่าสนใจที่สุดที่เธอเคยทำ

มันไม่ใช่อัลบั้มที่ฟังง่าย
ไม่ใช่อัลบั้มที่ถูกสร้างมาเพื่อ TikTok
และอาจไม่ใช่อัลบั้มที่จะมีเพลงฮิตระเบิดชาร์ตแบบ Flowers

แต่ถ้ามองในฐานะงานศิลปะ Something Beautiful คือการเดินทางของ experimental pop ที่เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์แบบที่มีแค่ Miley เท่านั้นที่ทำได้

มัน theatrical
มัน weird
บางช่วงก็ messy มาก
แต่ในความวุ่นวายนั้น มันมีตัวตนของ Miley ชัดเจนแบบสุดๆ

และยิ่งฟังจบ ผมยิ่งรู้สึกว่าอัลบั้มนี้ “ควรฟังรวดเดียวทั้งชุด” มากกว่าการทยอยปล่อยทีละเพลงจริงๆ

เนื่องจากผมเคยพูดถึง “Prelude,” “Something Beautiful,” และ “End of the World” ไปแล้ว วันนี้เลยอยากโฟกัสที่ช่วงครึ่งหลังของอัลบั้มมากกว่า เพราะเอาจริงๆ หลายเพลงที่ดีที่สุดอยู่ตรงนี้ทั้งหมดเลย


Track by Track

Track 4 — “More to Lose”

เพลงนี้เจ็บมากแบบเงียบๆ

มันให้ความรู้สึกเหมือนเพลงช่วงท้ายหนัง หรือเพลงที่ดังขึ้นตอน end credits หลังจากตัวละครผ่านอะไรหนักๆ มาทั้งเรื่องแล้ว

สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือความ timeless ของมัน
มันไม่พยายาม trendy เลย และนั่นแหละที่ทำให้มัน powerful

ต่อให้ตอนนี้มันอาจไม่ได้เป็นเพลงที่ขึ้นชาร์ตแรงแบบที่คนคาดหวังจาก Miley ผมกลับรู้สึกว่าอีกหลายปีข้างหน้า คนจะยังกลับมาค้นพบเพลงนี้อยู่ดี


Track 5 — “Interlude 1”

ผมชอบที่อัลบั้มนี้กล้าใส่ interlude แบบจริงจังเข้ามา

มันช่วย reset อารมณ์ได้ดีมาก แล้วก็ทำหน้าที่เหมือน palate cleanser ก่อนพาเราเข้าไปอีกพาร์ตของอัลบั้ม

สั้นๆ แต่จำเป็น


Track 6 — “Easy Lover”

เพลงนี้สนุกชิบหาย

มัน catchy แบบน่ารำคาญนิดๆ เพราะติดหัวไม่หยุด แล้วเป็นหนึ่งในไม่กี่เพลงในอัลบั้มที่ให้ความรู้สึก playful แบบ Miley ยุคก่อนๆ

อีกอย่างที่ผมชอบมากคือ performance และ choreography ของเธอ
ถึง Miley จะไม่ใช่สาย dancer แบบ pop stars คนอื่น แต่การที่เธอกล้า embrace ด้านนั้นของตัวเองมันน่าดูมาก

แต่ถ้าจะพูดกันตรงๆ visual ของ era นี้ยังเป็นจุดที่ผมติดอยู่เหมือนเดิม

Miley เคยพูดในรายการของ Jimmy Kimmel ว่าเธอเอางบไปลงกับเสื้อผ้าเยอะมาก ซึ่ง… มันเห็นชัดจริงๆ

แฟชั่นคือสวยมาก
แต่หลายซีนใน visual album กลับดูโล่ง ดูเหมือนถ่ายอยู่ location เดิมๆ และยังไปไม่ถึงความ “cinematic” ที่ถูกโปรโมตไว้

มันน่าเสียดาย เพราะ aesthetic โดยรวมดีมากแท้ๆ


Track 7 — “Interlude 2”

ชอบกว่า interlude แรกอีก

มันเริ่มทำให้อัลบั้มดูหลอน ดู theatrical มากขึ้น แล้วปูทางเข้าเพลงต่อไปได้ดีสุดๆ


Track 8 — “Golden Burning Sun”

เพลงโปรดของผมในอัลบั้มนี้แบบไม่ต้องคิดเลย

นี่แหละ Miley ที่ผมตกหลุมรักตั้งแต่แรก

มันมีความดิบ ความจริงใจ และความ rough edge แบบที่เป็นเสน่ห์ของเธอมาตลอด ฟังแล้วนึกถึงหลายยุคของ Miley พร้อมกัน แต่ก็ยังรู้สึก fresh อยู่

สำหรับผม นี่คือเพลงที่แข็งแรงที่สุดใน Something Beautiful

ง่ายๆ เลยคือ — เพลงนี้ “เป็น Miley” มากที่สุด


Track 9 — “Walk of Fame” feat. Brittany Howard

หกนาทีที่โคตรสนุก

เพลงนี้เกิดมาเพื่อเปิดในคลับจริงๆ
มัน chaotic มัน sexy แล้วก็เต็มไปด้วย energy แบบคนเมา 2AM ที่พร้อมจะเต้นต่อจนร้านปิด

มันทำให้ผมนึกถึง “Violet Chemistry” แต่บ้ากว่า สนุกกว่า และมีชีวิตชีวากว่าเยอะ

แล้ว Brittany Howard ก็เข้ากับโลกของเพลงนี้มากอย่างไม่น่าเชื่อ


Track 10 — “Pretend You’re God”

แฟนยุค Miley Cyrus & Her Dead Petz น่าจะกรี๊ดกับเพลงนี้

มันพาผมย้อนกลับไปปี 2015 ทันที ทั้ง vibe ทั้งความ psychedelic ทั้งความ experimental แบบหลุดโลก

แต่สิ่งที่ต่างคือ เพลงนี้ฟัง refined กว่าเยอะ
เหมือน Miley เอาสิ่งที่เคยอยากทำในยุคนั้น มาขัดเกลาใหม่จนลงตัวกว่าเดิม

ผมชอบมันนะ แต่คงไม่ใช่เพลงที่เปิดฟังทุกวัน


Track 11 — “Every Girl You’ve Ever Loved” feat. Naomi Campbell

ตอนเห็นชื่อ Naomi Campbell ผมตื่นเต้นมาก เพราะ honestly… ใครจะคิดว่า Naomi จะมาอยู่ในเพลงของ Miley แบบนี้

แล้วเพลงก็ deliver จริงๆ

นี่คือ runway music ชัดๆ
โดยเฉพาะช่วง spoken word ของ Naomi คือแบบ… ใช่ มันเป็นของเธอมาก

ผมนึกภาพเพลงนี้เปิดใน fashion show หรือ backstage งานแฟชั่นได้ทันที

มัน fashionable มาก สนุกมาก และ camp มากในทางที่ดี

ถึงจะยังไม่ใช่เพลงที่ผมเปิดฟังวนๆ แต่ผม appreciate vibe ของมันสุดๆ


Track 12 — “Reborn”

อีกหนึ่ง standout ของอัลบั้ม

เพลงนี้อธิบายยากมาก เพราะมันไม่ได้ impact ด้วย hook แต่มันค่อยๆ กลืนเราเข้าไปเรื่อยๆ

เสียงร้องของ Miley ในเพลงนี้คือ insane จริง
แล้ว production ก็สวยมากแบบแทบไม่มีอะไรให้ติ

เป็นเพลงที่ทำให้ผมหยุดทุกอย่างแล้วฟังเฉยๆ ได้เลย


Track 13 — “Give Me Love”

ผมเข้าใจทันทีว่าทำไมหลายคนถึงรักเพลงนี้

มัน emotional แบบตรงไปตรงมา และเป็นหนึ่งในเพลงที่เข้าถึงง่ายที่สุดในอัลบั้ม

สำหรับผม นี่กับ “Reborn” คือสองเพลงที่ replay มากที่สุดหลังฟังจบ


อัลบั้มนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อชาร์ต

และผมคิดว่านั่นคือสิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ

Something Beautiful ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นอัลบั้ม pop ที่ย่อยง่าย มันยาว มัน theatrical มันเต็มไปด้วย interlude spoken word และเพลง 5–6 นาทีที่ไม่รีบเข้าฮุก

ในยุคที่เพลงฮิตต้องเร็ว ต้องไว ต้องตัดลง TikTok ได้ภายใน 15 วินาที อัลบั้มนี้แทบจะเดินสวนทางกับทุกอย่างในตลาด

มันเลยไม่แปลกเลยถ้ามันจะไม่ได้ perform บนชาร์ตแบบที่หลายคนหวัง

แต่ในขณะเดียวกัน นั่นแหละที่ทำให้มันน่าสนใจ

มันรู้สึกเหมือนงาน exhibition
เหมือน performance art
เหมือนหนัง experimental มากกว่า “playlist pop album”


และผมดีใจที่ Miley ยังกล้าทำอะไรแบบนี้

ถ้าเทียบกับ Endless Summer Vacation ผมกลับรู้สึกว่า Something Beautiful เป็นอัลบั้มที่แข็งแรงกว่าในฐานะ “statement”

มันอาจไม่ได้มีเพลงฮิตระดับ Flowers
แต่มันมี personality มากกว่าเยอะ

และในยุคที่หลายอัลบั้มป๊อปเริ่มฟังคล้ายกันไปหมด ผมว่าการที่ Miley ยังกล้าทำอะไรแปลกๆ แบบนี้ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก

ปลายเดือนนี้ผมซื้อตั๋วไปดูหนัง visual album ของเธอที่ Siam Paragon แล้วเรียบร้อย

ถึงมันจะมีให้ดูบน YouTube แล้วก็ตาม แต่ผมอยากสัมผัสมันพร้อมกับ Smilers คนอื่นๆ ในโรงมากกว่า

ผมอยากเต้น อยากดู visual บนจอใหญ่ แล้วอยากปล่อยตัวไปกับโลกประหลาดๆ ที่ Miley สร้างขึ้นครั้งนี้จริงๆ

เจอกันวันที่ 27 มิถุนายนครับ ✨

Share f X P @

Join the Conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *